ซีอีโอดอร์ทมุนด์ โต้ข่าวสารจะต้องขายฮาแลนด์ซัมเมอร์หน้า

ซีอีโอดอร์ทมุนด์ โต้ข่าวสารจะต้องขายฮาแลนด์ซัมเมอร์หน้า

ซีอีโอดอร์ทมุนด์ ฮันส์ โยอาคิม วัตซ์เค่ ซีอีโอ ดอร์ทมุนด์ ประกาศชัด สมาพันธ์มิได้อยู่ในภาวะที่จำต้องขาย เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์

ซีอีโอดอร์ทมุนด์ เพื่อเอาเงินไปจ่ายให้นักลงทุนในตลาดค้าหุ้นเลย พร้อมรับรองว่าตนมีความเชื่อมโยงที่ดีกับ มิโน่ ไรโอล่า คนกลางของอีกฝ่าย ฮันส์ โยอาคิม วัตซ์เค่ ประธานบริหาร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสมาคมที่เวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนกรานว่า “เสือเหลือง” มิได้อยู่ในภาวะที่จึงควรขาย เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ แนวรุกคนเก่งเพื่อจะประคองภาวะการเงินของกลุ่มราวกับที่มีกระแสข่าวลือก่อนหน้าที่ผ่านมาอะไร

ที่ผ่านมา ดอร์ทมุนด์ ไปสู่ตลาดหุ้น ซึ่งมันก็ทำให้มีกระแสข่าวลือตามมาว่าพวกเขาจึงควรขาย ฮาแลนด์ ให้ได้ ไม่งั้นก็บางครั้งอาจจะไม่อาจจะหารายได้ไปจ่ายให้กับเหล่านักลงทุนไหว ซึ่งมันก็สอดคล้องกับการที่ศูนย์หน้าชาวประเทศนอร์เวย์มีข่าวสารย้ายกลุ่มอย่างหนาหูพอดิบพอดี แถมว่ากันว่าเมื่อถึงตอนซัมเมอร์ ปีต่อไปแล้วนั้น เขาก็จะมีค่าฉีกข้อตกลงอยู่ที่ราว 75-100 ล้านยูโร (ราว 2,925-3,900 ล้านบาท) ด้วย

ภายหลังจากในคำสัญญาของเขามันมีการกำหนดข้อแม้เอาไว้แบบงั้น ซีอีโอ ดอร์ทมุนด์ เปิดเผยกับ สปอร์ต1 สื่อของเมืองเบียร์ว่า “มันยังไม่มีการตัดสินใจกันเลยว่าเขาจำเป็นจะต้องย้ายออกจากกลุ่มในตอนซัมเมอร์จริงๆรึเปล่า พวกเราจะค่อยไตร่ตรองกันอีกครั้ง ผมได้ยินว่ามีคนพูดว่า -พวกเขาจำต้องขาย ฮาแลนด์ จากการที่พวกเขาเข้าตลาดหลักทรัพย์- แม้กระนั้นโน่นเกิดเรื่องที่งี่เง่าสิ้นดี

การตัดสินใจว่าจะขายนที่อยู่กับบริษัทของพวกเราไหมน่ะมันขึ้นกับฝ่ายบริหารของพวกเราแค่นั้น มันขึ้นกับฝั่งของ เออร์ลิง ผมมีความเชื่อมโยงที่ดีกับ มิโน่ ไรโอล่า (เอเยนต์ของ ฮาแลนด์) ด้วยเหตุว่าพวกเราสามารถประเมินหัวข้อต่างๆระหว่างกันได้ดี ผมรู้ดีว่าผู้คนจำนวนมากมีภาพลักษณ์เกี่ยวกับเขาในแบบไหน แม้กระนั้นมันผิดจะต้องที่จะไปมั่นใจว่า ไรโอล่า พึงพอใจแม้กระนั้นเรื่องเงิน เขาเองก็อยากให้ เออร์ลิง ได้สิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดเหมือนกัน”

ซีอีโอดอร์ทมุนด์

ซีอีโอดอร์ทมุนด์ โรงงานผลิตดาวรุ่งที่ชื่อ “บุนเดสลีกา”

ถ้าเกิดจะเอ๋ยถึงประเทศ “เยอรมนี” ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะวาดรูปภาพถึงประเทศที่มีความรุ่งโรจน์ทางด้านเศรษฐกิจ ความนำสมัยของเทคโนโลยี ประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ รวมทั้งสิ่งหนึ่งที่จะไม่เอ่ยถึงมิได้เลยซึ่งก็คือ “บอลของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี” เมืองไทยของพวกเรานั้นเป็นประเทศที่ลุ่มหลงในเกมลูกหนังของยุโรปมหาศาล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาของอำนาจบอลลูกหนังเมืองเบียร์ในตอนต้นทศวรรษ 90 ถึงตอนสมัยต้น 2000 นับได้ว่าเป็นตอนยุคทองของแวดวงบอลเยอรมันเลยก็ว่าได้ ไล่ตั้งแต่ การได้แชมป์โลกยุคที่ 3 ของกลุ่มชาติเยอรมันใน 1990 (ยุคยังคงใช้ชื่อว่าเยอรมันตะวันตก)

การถ่ายทอดสดเริ่มเป็นที่แพร่หลายกระทั่งทำให้เกิดอาการชาวไทยได้ทราบจะกับสตาร์ดังเยอะมากในสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็น เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์, รูดี้ โฟลเดอร์ และก็ โลธาร์ มัทเธอุส ต่อมาในปี 1996 กองทัพอินทรีเหล็ก ก็คืบหน้ากล่าวโทษเสร็จในระดับโลกอีกทีด้วยการคว้าชัยชนะยูโร 1996ในแผ่นดินอังกฤษ

ไม่เพียงแค่ในระดับประเทศเพียงแค่นั้นที่บรรลุผลสำเร็จ กับลีกอาชีพที่มีชื่อว่า “บุนเดสลีกา” ก็จัดว่าบรรลุความสำเร็จไม่น้อยหน้าเหมือนกัน ในปี 1996 บาเยิร์น มิวนิค ครองแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรปา คัพ ในตอนนี้) รวมทั้งในปี 1997 ชมรมผู้แทนจากเยอรมันพูดได้ว่าเป็นเจ้าที่ยุโรปอย่างแท้จริง เหตุเพราะสามารถครองแชมป์ยุโรปได้ถึง 2 ใบในปีเดียว ชาลเก้ คว้าชัยชนะยูฟ่า คัพ (ยูโรปา คัพ ในขณะนี้)

รวมทั้ง ดอร์ทมุนด์ ครอบครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนตราบเท่าในปี 2001 บาเยิร์น มิวนิค ก็คว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกคราว ซ้ำเติมการบรรลุผลรวมทั้งยกฐานะลีกอาชีพสู่ระดับนานาชาติ ในปลายสมัย 90 ถึงต้น 2000 ทั่วทั้งโลกเจอกับปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจ และก็ประเทศเยอรมันก็เป็นเลิศในประเทศที่ได้รับผลพวงจากวิกฤตินี้

โดยลุกลามมาถึงแวดวงฟุตหลายๆชมรมในศึกบุนเดสลีกา จนกระทั่งมีการสนับสนุนให้มีกฎที่เป็นเอกลักษณ์ของบอลเยอรมันที่มีชื่อว่า 50+1 ว่าแต่ว่ากฎนี้เป็นยังไง แล้วเพราะอะไรถึงจำเป็นต้องกฎนี้ขึ้นมาด้วยล่ะ คนเขียนจะชี้แจงให้ฟังอย่างง่ายมันก็คือ กฎนี้เป็นการดูแลภาวะการกระปรี้กระเปร่าด้านการเงินของชมรม เพื่อคุ้มครองปกป้องปัญหากรุ๊ปบุคคลที่เข้ามาเทคโอเวอร์ชมรมรวมทั้งใช้เงินเกินความสามารถ

เป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สิน เสี่ยงล้มละลายแล้วก็ถูกควบคุมการเงินโดยธนาคาร กฎนี้เป็นการให้แฟนบอลเข้ามาเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าของชมรม ทางแฟนบอลจะมีหุ้น 51% และก็ทางด้านของเจ้าของกิจการมีหุ้น 49 % ได้ผลทำให้ลีกบอลของเยอรมัน หรือ บุนเดสลีกา เป็นลีกบอลของแฟนบอลอย่างแท้จริง

โดยแฟนบอลสามารถมีส่วนร่วมสำหรับในการแสดงความเห็นรวมทั้งบริหารกลุ่ม ซึ่งพวกเราจะมองเห็นได้ว่าเอกลักษณ์แบบนี้ถูกวางแบบมาเพื่อทำให้ตามที่ต้องการและก็ผลดีสูงสุดให้กับแฟนบอลอย่างจริงใจ โดยเหตุนี้จากประโยช์จากกฎ 50+1 ทำให้หลายๆชมรมหันมาระแวดระวังในเรื่องของสภาพการณ์การคลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

บวกกับหลักการของสมาพันธ์บอลเยอรมัน หรือ เดเอฟเบ มีการช่วยเหลือและก็ปรับปรุงองค์ประกอบในระบบเยาวชนของชมรม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีก็เลยไม่เคยขาดดาวรุ่งฝีเท้าดีในตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยรวมทั้งก้าวขึ้นมาสู่สุดยอดไม่ว่าจะเป็น มานูเอล นอยเออร์, เมซุส โอซิล, ซามี่ เคดิร่า, มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ แล้วก็ เยโรม บัวเต็ง ฯลฯ ผลบอลสด7m

จะมองเห็นได้จากการบรรลุเป้าหมายของระบบเยาวชนในระดับประเทศเช่น กลุ่มชาติเยอรมัน ชุดอายุน้อยกว่า 21 ปี ครอบครองแชมป์ยุโรปรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี มาแล้วถึง 3 ครั้งในปี 2009, 2017 และก็ครั้งปัจจุบันในปีนี้ 2021 ดังนี้ศึก “บุนเดสลีกา เยอรมัน” ฤดู 2021/22 ได้รูดม่านประเดิมอย่างเป็นทางการแล้ว

บุนเดสลีกาก็เลยให้ความใส่ใจกับแฟนบอลทั่วทั้งโลกแล้วก็ต้องการเชิญเพื่อนฝูงๆแฟนบอลทุกคน มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ความซาบซึ้งและก็เรื่องราวที่สุดสนุก สนุกสนานและก็น่าตื่นตาตื่นใจทั้งปวงนี้ บุนเดสลีกา เยอรมัน นั้นขึ้นชื่อสำหรับในการบ่มเพาะดาวรุ่งในระบบเยาวชน

ทั้งยังในกลุ่มชาติเยอรมันเองรวมทั้งชาติอื่นที่มาค้าลำแข้งในลีกนี้ตั้งแต่วัยเด็ก ในอดีตกาลมีผู้เล่นเยาวชนที่เติบโตจากลีกที่นี้และก็บรรลุความสำเร็จมากมายก่ายกองกระทั่งก้าวไปสู่สุดยอดมากมายก่ายกอง อย่างเช่น ลูคัส โพดอลสกี้, ฟิลิป ลาห์ม แล้วก็ มาริโอ เกิทเซ่ คนที่ทำประตูชัยให้กลุ่มชาติเยอรมัน ได้แชมป์บอลโลกปี 2014 (ยุคที่ 4)

รวมทั้งยังเคยครอบครองรางวัลโกลเด้น บอย เมื่อปี 2011 อีกด้วย ฯลฯ กล่าวถึงรางวัล “โกลเด้น บอย” รางวัลดาวรุ่งเยี่ยมที่สุดที่ยุโรป ที่ก่อตั้งมาโดยการรวมกันของสื่อมีชื่อเสียงชั้นแนวหน้าของทวีปยุโรป เพื่อสงเสริมเยาวชนลูกหนังที่ส่งผลงานอันดีเยี่ยมที่สุด ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเพชรที่แวดวงลูกหนัง ดาวดังที่แวดวงลูกหนังหลายรายล้วนเคยเอารางวัลนี้มาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นหน้าแข้งสุดยอดอย่าง ลิโอเนล เมสเซี่ (2005), คิลิยัน เอ็มบัปเป้ (2017) เป็น และก็รางวัลปัจจุบันในปี 2020 เป็นของดาวรุ่งพุ่งแรงอนาคตไกล จากค่ายเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ด้วยฟอร์มเร่าร้อนรวมทั้งสะดุดตา เมื่อฤดูที่แล้ว ยิงในลีกสูงที่สุดเป็นชั้นที่ 3 และก็มีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการครองแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล รวมทั้งได้โควต้าไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย

แล้วก็นี่เป็นดาวรุ่งที่มีอายุเพียง 21 ปี โดยเดี๋ยวนี้เขาก็เดินหน้ากระหน่ำประตูแบบตลอด ปัจจุบันนี้ลงเล่นให้กับยอดกลุ่มที่เวสต์ฟาเล่นไปแล้ว 67 นัดหมายซัดไปแล้ว 68 ประตู แล้วก็มีส่วนร่วมกับกระบวนการทำประตูถึง 19 ครั้ง ทุกรายการ และไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแค่เพียงเท่านี้ รวมทั้งในช่วงฤดูกาลนี้ 2020/21 มีดาวรุ่งหลายรายสะดุดตาที่ขึ้นมาจากระบบเยาวชนแล้วก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 4 ตัวเอก ที่จะเป็นผู้แทนดาวรุ่งจากบุนเดสลีกาที่มีชื่อลุ้นในรางวัล “โกลเด้น บอย” อาทิเช่น จู๊ด เบลลิ่งแฮม แล้วก็ โจวานนี่ เรย์น่า จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, จามาล มูเซียล่า จาก บาเยิร์น มิวนิค และก็ โฟลเรียน เวียร์ทซ์ จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

ซีอีโอดอร์ทมุนด์

พวกเราจะมาดูทีเด็ดของเด็กระเบิดพวกนี้ว่าพวกเขาดีเลิศแค่ไหน ถึงมีลุ้นยอดเยี่ยมดาวรุ่งที่สุดที่ปีของยุโรป

1.จู๊ด เบลลิ่งหมูแฮม (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) มาดูกันที่รายแรก จู๊ด เบลลิ่งแฮม มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากเกาะอังกฤษที่ย้ายจาก เบอร์มิงแฮม สู่บุนเดสลีกาในสังกัดของ ดอร์ทมุนด์ ด้วยผลงานอันสะดุดตาอีกทั้งลีลาท่าทางการฉุดเลื้อยเร็วดังลมกรด รวมทั้งการจบสกอร์ที่เฉียบคมในวัยเพียง 18 ปี จัดว่าฝีเท้าเกินวัย โดยมีส่วนร่วมสำหรับในการพาทัพเสือเหลือง ครอบครองแชมป์เดเอฟเบ โพคาล เมื่อฤดูที่แล้ว

ด้วยฝีเท้าอันสะดุดตาจนถึงไปเข้าตา แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษ เรียกติดกลุ่มชาติชุดใหญ่ และก็เป็นเยี่ยมในคีย์แมนปิดทองหลังพระคนสำคัญที่ทำให้กองทัพสิงโตคำรามไปไกลถึงการด้อยกว่าแชมป์ยู 2020 เมื่อตอนไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็เลยไม่ต้องประหลาดใจเลยว่าเพราะอะไรเขาถึงมีชื่อสำหรับในการลุ้นในปีนี้

2.โจวานนี่ เรย์น่า (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) รายลำดับที่สอง โจวานนี่ เรย์น่า มีดีเอ็นสายเลือดนักเตะมาแต่กำเนิด พ่อของเขา เคลาดิโอ เรย์น่า ก็เป็นนักเตะเช่นเดียวกัน โดยเคยค้าหน้าแข้งในศึกบุนเดสลีกาด้วยเช่น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และก็ โวล์สบวร์ก โดยเจ้าหนูจิโอ เริ่มสำหรับในการค้าลำแข้งในระบบเยาวชนของ นิวยอร์ค เร้ด บูล ก่อนจะส่องแสงจนถึงไปสะดุดตาของแมวมองของอคาเดมี่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

โดยมาร่วมทีมในช่วงฤดูกาล 2019/20 ก่อนจะทำผลงานเด่นขึ้นเรื่อยจนถึงแปลงเป็นตัวหลักของชมรม ทีเด็ดของเขาสำหรับเพื่อการเข้าทำก็คือมีส่วนร่วมสำหรับในการทำแต้ม (แอสซิสต์) และก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญสำหรับในการพา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าชัยชนะ เดเอฟเบ โพคาล ในฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมาอีกด้วย

ฟอร์มเป็นที่ปรากฏชัดก็เลยทำให้เขาถูกเรียกติดกลุ่มชาติอเมริกาอีกทั้งชุดเยาวชน และก็ชุดใหญ่ โดยเป็นเยี่ยมในขุมกำลังหลักสำหรับในการได้แชมป์ คอนคาเคฟ เนชั่นส์ ลีก 2019/20 เป็นอีกหนึ่งตัวเอกที่หน้าจับตาดูสำหรับการครอบครองรางวัลเป็นอย่างยิ่งอีกหนึ่งคนเลยทีเดียว

3.จามาล มูเซียล่า (บาเยิร์น มิวนิค) รายลำดับที่สาม ส่งเข้าแข่งขันโดย บาเยิร์น มิวนิค โดยทางด้านเจ้าหนู จามาล วัย 18 ปี ร่วมกองทัพอคาเดมี่ของ เสือใต้ เมื่อปี 2019 ด้วยผลงานชั่วร้ายเกินความสามารถเลยถูกดันขึ้นมาเล่นในชุดสำรองของกลุ่ม

จนถึงช่วยทำให้กองทัพ “ดี บาเยิร์น” ครองแชมป์ลีกา 3 ไปครอบครองได้สำเร็จ ด้วยฟอร์มอันรุนแรงจนถึงไปสะดุดตา ฮันซี่ ฟลิค (สมัยก่อนผู้ฝึกสอนบาเยิร์น มิวนิค ที่เดี๋ยวนี้คุมกลุ่มชาติเยอรมัน) เรียกเขาขึ้นมาเล่นชุดใหญ่โดยลงเล่นไปเมื่อฤดูที่แล้ว 37 นัดหมายทุกรายการ และก็ยิงไปถึง 7 ประตู

โดยถือได้ว่าผู้เล่นที่อายุน้อยที่จัดว่าประเสร็จพอเหมาะพอควร ไล่ได้แชมป์เยอะๆไม่ว่าจะเป็น บุนเดสลีกา, เดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ, ยูฟ่า คลับ ซูเปอร์คัพ แล้วก็ สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิร์ล คัพ โดยเขาถูกเรียกติดกลุ่มชาติเยอรมันชุดใหญ่ แล้วก็ประดับธงไปแล้ว 8 นัดหมาย ซึ่งตัวรุกรายนี้ถูกคิดว่านี่เป็นอนาคตของกองทัพอินทรีเหล็กในวันข้างหน้า ผลงานอันเหมาะสมที่สุด แล้วก็การคว้าชัยชนะอันเยอะแยะ ทำให้เขายอดเยี่ยมในตัวเก็งสำหรับเพื่อการครอบครองรางวัลนี้

4.โฟลเรียน เวียร์ทซ์ (เลเวอร์คูเซ่น) รายท้ายที่สุด โฟลเรียน เวียร์ทซ์ มิดฟิลด์ตัวรุกจากกองทัพ “ห้างขายยา” เริ่มไปสู่ชีวิตลูกหนังเป็นครั้งแรกที่อคาเดมี่ของ โคโลญจน์ ตรงเวลา 10 ปี ก่อนที่จะย้ายเข้ามาสู่ เลเวอร์คูเซ่น ฤดู2019/20 ในตอนแรกเขาถูกเห็นว่าจะเป็นแกนหลักในชุดเยาวชน แม้กระนั้นปรากฎว่าผิดจากที่คิดเขาได้ลงเล่นในชุดใหญ่

แล้วก็เปิดฉากสนามด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของชมรมด้วยวัย 17 ปี กับอีก 15 วัน และก็เคยทำสถิติเป็นผู้เล่นที่อายุต่ำที่สุดในบุนเดสลีกา ที่ทำคะแนนได้ในวัย 17 ปีกับอีก 34 วัน (ก่อนถูกยูซุฟฟา มูโกโก้ ทำลายสถิติลงในวัย 16 ปี 28 วัน) ความเด่นของเขาในเรื่องของความเร็วสำหรับเพื่อการเพิ่มเกมถูกจังหวะ ถูกเวลา การวางบอลที่สุดจะถูกต้องแม่นยำ กระทั่งเปลี่ยนเป็นตัวหลักที่ชมรมจะขาดเขามิได้

ด้วยเหตุนี้ โฟลเรียน เวียร์ทซ์ ถือได้ว่าอีกหนึ่งม้านอกสายตาที่จะละเลยมิได้สำหรับการครอบครองรางวัลนี้ จะมองเห็นได้ว่าแต่ว่าละช่วงของศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน มักขับเคลื่อนด้วยดาวรุ่งฝีเท้าอันดีเยี่ยมที่สุดอยู่ตลอด แล้วก็การประลองของกันของนักฟุตบอลพลังชายหนุ่ม นอกเหนือจากการที่จะคือเรื่องของศักยาภาพของตัวเองและก็เพื่อนฝูงร่วมกลุ่มแล้ว

กระบวนการทำประตูก็นับว่าเป็นสำคัญสำหรับในการแปลงผลของการแข่งขัน ลีกสูงสุดที่เมืองเบียร์ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ทำแต้มเยอะที่สุดของยุโรปในทุกๆอาทิตย์ โดยอ้างอิงจาก ในช่วงฤดูกาล 2018/19 มีค่าเฉลี่ยแนวทางการทำประตู 3.18 ต่อเกม และก็ฤดู 2019/20 เฉลี่ย 3.21 ลูกต่อเกม ฤดูนี้เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่าน ก็จัดว่ายิงอาจจะสถิติการทำประตูกันแบบกระหน่ำทะลายเหมือนเคย

อาทิตย์แรก ดอร์ทมุนด์ รัวยิง แฟร้งค์เฟิร์ต 5-2 อาทิตย์ลำดับที่สอง บาเยิร์น มิวนิค เฉือน โคโญจน์ 3-2 อาทิตย์ลำดับที่สาม สตุ๊ตการ์ท แพ้แบบสุดสนุกให้กับ ไฟรบวร์ก 2-3 อาทิตย์ลำดับที่สี่ ดอร์ทมุนด์ บุกมากลับเมืองนรกแซงชนะ เลเวอร์คูสังเวย 4-3 และก็ในอาทิตย์ปัจจุบัน บาเยิร์น มิวนิค แซงขึ้นหัวหน้าฝูงด้วยการเปิดบ้านกระหน่ำ โบคุ่ม กลุ่มสมาชิกใหม่ 7-0 บอลเยอรมัน เป็นมากกว่าเรื่องราวในสนาม

มีเรื่องมีราวราวล้นหลามให้พอใจ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวที่ไปที่มาของเกมดาร์บี้แมตช์ วัฒนธรรมการเชียร์สำหรับการเข้าสนามอย่างมีแพสชั่น เสียงเชียร์อันดังกระหึ่มดังเข้ามาถึงในห้องส่ง บรรยากาศราวกับนั่งเชียร์อยู่ในสนามกันอย่างยิ่งจริงๆ ถ้าหากว่าต้องการจะเพิ่มอรรถรสสำหรับเพื่อการดูบอลแบบครบเครื่อง นักเขียนบอกเลยว่า “บุนเดสลีกา” เป็นอีกหนึ่งลีกระดับนานาชาติที่ค้ำประกันความมันส์สำหรับในการรับดูแน่ๆ

https://beltennis.com/